วันนี้ thebestofviennablog ขอพาทุกท่านเดินทางไปยังประเทศฮังการี ประเทศทางยุโรปตะวันออก เยี่ยมชมดินแดนแห่งประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ที่เรียกได้ว่า ไม่ว่าท่านจะหันไปทางไหนก็จะเจองานสถาปัตยกรรมสุดตระการตา เป็นเมืองแห่งแรงบันดาลใจและจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่มา เที่ยวยุโรป ทั้งมาชมสถาปัตยกรรมที่สวยงาม หรือมาสัมผัสวิถีชีวิตที่แสนเรียบง่ายอย่างเมือง บูดาเปสท์ 

ปราสาทบูดา

บูดาเปสท์นั้นเป็นเมืองหลวงของประเทศฮังการี และยังได้รับสมญานามว่าเป็น ไข่มุกแห่งแม่น้ำดานูบ ด้วยเพราะเมืองบูดาเปสท์แห่งนี้มีแม่น้ำขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า แม่น้ำดานูบ กั้นแบ่งเมืองออกเป็น 2 ฟากฝั่ง ขอบอกเลยว่า โรแมนติกสุดๆไปเลย ด้วยความงดงามของสายน้ำและเสน่ห์อันน่าหลงใหลของสถาปัตยกรรมตั้งแต่โบราณ ยิ่งทำให้ประเทศฮังการีกลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด เมื่อมา เที่ยวยุโรป กัน  เมืองบูดาเปสท์นั้นเป็นอีกหนึ่งเมืองในโซนยุโรปที่นักท่องเที่ยวทัวร์ยุโรปตัวจริงต้องไม่พลาดด้วยเหตุผลทั้งปวง เหตุผลทั้งหมดนี้คงมาจากการที่เมืองบูดาเปสท์มีสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่ ทั้งความขลัง ความสวยงาม ความยิ่งใหญ่จากประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนานหลายร้อยปี อีกสิ่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวที่มา เที่ยวยุโรป จะได้พบนั่นคือ บูดาเปสท์เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่มาก หลายท่านอาจจะเข้าใจว่าเมืองนี้น่าจะเป็นเมืองเล็กๆแบบกรุงปราก แต่ในความจริงแล้ว บูดาเปสท์นั้นมีขนาดใหญ่กว่ามาก แถมยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่กระจัดกระจายไปทั่วทุกสารทิศของเมือง และในแต่ละสถานที่ก็มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะแห่ง ไปดูกันว่าเมืองแห่งนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจในโปรแกรมทัวร์ยุโรปที่ไหนกันบ้าง

ขอเริ่มจากปราสาทบูดา (Buda Castle) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของเมืองบูดาเปสท์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเหล่านักท่องเที่ยวที่มา เที่ยวยุโรป ปราสาทแห่งนี้มีความเป็นมายาวนานกว่า 8 ศตวรรษ เป็นปราสาทที่นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องตะลึงกับความใหญ่โตมโหฬาร ที่เห้นมาแต่ไกลเนื่องจากตัวปราสาทนั้นตั้งอยู่บนเนินเขา ในปัจจุบันปราสาทบูดามีความยาวกว่า 300 เมตร บริเวณปีกของตัวปราสาทเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติฮังการี และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์บูดาเปสท์ ด้านหน้าของปราสาท นักท่องเที่ยวที่มา ทัวร์ยุโรป สามารถมองเห็นแม่น้ำดานูบ และสะพานเชนได้อีกด้วย ในยามกลางคืนเมืองแห่งนี้จะส่องประกายระยิบระยับไปด้วยแสงไฟ สะท้อนบนผืนน้ำ เกิดเป็นภาพที่สวยงามจนหาคำบรรยายออกมาไม่ได้ ด้วยความสวยงามบวกกับความน่าหลงใหลของประวัติศาสตร์ทำให้ปราสาทบูดานั้น ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยองค์การยูเนสโก้ อีกด้วย